เมื่อพูดถึงการอธิษฐาน เรามักคิดถึงคำตอบก่อน เรามีเรื่องที่ต้องการ มีปัญหาที่อยากให้แก้ไข มีความกลัวที่อยากให้หมดไป และมีความปรารถนาที่อยากให้เกิดขึ้น พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาผู้ฟังคำอธิษฐานของบุตรของพระองค์ เราจึงสามารถทูลขอต่อพระองค์ได้อย่างกล้าหาญ

แต่การอธิษฐานไม่ใช่การโน้มน้าวพระเจ้า และไม่ใช่วิธีสะสมความดีเพื่อแลกกับคำตอบจากพระองค์ ในสังคมไทย หลายคนคุ้นเคยกับความคิดเรื่องการสวด การทำบุญ หรือการสะสมบุญเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ได้รับพร หรือได้รับสิ่งที่ปรารถนา แต่การอธิษฐานแบบคริสเตียนแตกต่างจากสิ่งนั้นอย่างลึกซึ้ง

การอธิษฐานคือการสนทนากับพระบิดาผู้ทรงรักเรา เราไม่ได้พยายามทำให้พระเจ้าประทับใจด้วยถ้อยคำที่สวยงาม หรือทำให้พระองค์ใจอ่อนด้วยความพยายามของเรา แต่เราเข้ามาหาพระองค์ในฐานะลูกที่ได้รับการต้อนรับในพระคริสต์ เราทูลความจริงต่อพระองค์ และเรียนรู้ที่จะวางใจในพระทัยและน้ำพระทัยของพระองค์

ลูกไม่จำเป็นต้องเรียบเรียงคำพูดให้สมบูรณ์แบบก่อนจะพูดกับพ่อ บางครั้งลูกพูดทั้งน้ำตา บางครั้งพูดไม่เป็นคำ บางครั้งเพียงนั่งอยู่ใกล้ ๆ ก็เพียงพอ การอธิษฐานก็เช่นกัน พระเจ้าทรงรู้จักหัวใจของเราก่อนที่เราจะพูดครบถ้วนเสียอีก พระองค์ทรงได้ยินแม้เสียงถอนใจของเรา

การอธิษฐานอาจเปลี่ยนสถานการณ์ แต่บ่อยครั้งก่อนหน้านั้น พระเจ้าทรงเปลี่ยนหัวใจของเรา ความกังวลค่อย ๆ ถูกวางไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ความโกรธค่อย ๆ อ่อนลงต่อหน้าพระเมตตาของพระองค์ และความกลัวค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะพึ่งพาความสัตย์ซื่อของพระองค์

ดังนั้น อย่าคิดว่าคุณต้องอธิษฐานให้เก่งก่อนจึงจะมาหาพระเจ้าได้ จงมาหาพระองค์อย่างจริงใจ ขอบพระคุณพระองค์ ทูลความกลัวของคุณ สารภาพบาปของคุณ และนำความสับสนของคุณมาวางต่อพระองค์ การอธิษฐานไม่ใช่เทคนิคในการโน้มน้าวพระเจ้า แต่คือที่แห่งพระคุณซึ่งเราพำนักอยู่กับพระบิดาผู้ทรงรักเรา

← กลับไปที่รายการบทความ