เมื่อเราเริ่มเชื่อพระเจ้าใหม่ ๆ หลายคนเคยมีความรู้สึกที่สดใหม่มาก การนมัสการรู้สึกมีชีวิต พระวจนะข้อหนึ่งแตะต้องหัวใจอย่างลึกซึ้ง และบางครั้งเราก็ร้องไห้ในคำอธิษฐาน ในเวลานั้นเราสารภาพอย่างจริงใจว่าเรารักพระเจ้า
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกมักเปลี่ยนไป การนมัสการเริ่มคุ้นเคย การอ่านพระคัมภีร์อาจไม่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นเหมือนเดิม และการอธิษฐานบางวันก็ดูแห้งแล้ง เราอาจเริ่มถามตัวเองว่า “ความเชื่อของฉันเย็นลงหรือเปล่า? ฉันสูญเสียความรักแรกไปแล้วหรือ?”
แน่นอน หัวใจของเราสามารถเย็นลงได้ และเราสามารถรักสิ่งอื่นมากกว่าพระเจ้าได้จริง แต่ความรักแรกไม่ได้หมายถึงความรู้สึกแรงกล้าเหมือนวันแรกเท่านั้น ความรักแรกคือทิศทางของหัวใจ คำถามคือ วันนี้หัวใจของเราหันไปทางไหน และเรากำลังให้สิ่งใดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
แม้ในวันที่ความรู้สึกไม่ร้อนแรง การหันกลับมาหาพระเจ้าอีกครั้งคือความรัก การไม่ซ่อนตัวเมื่อทำผิด แต่กลับมาสารภาพต่อพระองค์คือความรัก การยืนต่อหน้าพระวจนะในวันที่ยุ่งและเหนื่อยคือความรัก การเชื่อฟังเล็ก ๆ ในวันที่ไม่มีใครเห็นก็อาจเป็นคำสารภาพรักที่ลึกมากเช่นกัน
ความรักไม่ได้แสดงออกด้วยความรู้สึกเท่านั้น คนเป็นพ่อแม่อาจตื่นขึ้นมาดูแลลูกทั้งที่เหนื่อย คนเป็นสามีภรรยาอาจเริ่มพูดคุยกันอีกครั้งทั้งที่เคยเจ็บปวด คนหนึ่งอาจรับผิดชอบงานเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ โดยไม่มีใครชม สิ่งเหล่านี้คือความรักที่ลงมือทำ ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน
ดังนั้น อย่าท้อใจเพียงเพราะความรู้สึกไม่เหมือนเดิม พระเจ้าไม่ได้ทอดพระเนตรเพียงอารมณ์ชั่วคราวของเรา พระองค์ทรงทอดพระเนตรว่าหัวใจของเรากำลังหันกลับมาหาพระองค์หรือไม่ วันนี้จงกลับมาหาพระองค์ อ่านพระวจนะ อธิษฐานสั้น ๆ และเริ่มเชื่อฟังในสิ่งเล็ก ๆ
ความรักแรกไม่ใช่การพยายามย้อนกลับไปจับความรู้สึกในอดีต แต่คือการหันหัวใจกลับมาหาพระเจ้าในวันนี้ ความรักของเรามักอ่อนแอ แต่ความรักของพระเจ้าที่ทรงยึดเราไว้นั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง
