เราอาจเป็นคริสเตียนที่มีความเชื่อ เข้าคริสตจักรอย่างสม่ำเสมอ รับใช้อย่างกระตือรือร้น และดูอ่อนโยนต่อหน้าคนอื่น แต่บางครั้งคนที่อยู่ใกล้เราที่สุดกลับเห็นอีกด้านหนึ่งของเรา เราอาจพูดดีนอกบ้าน แต่พูดแรงในบ้าน เราอาจอดทนกับคนในคริสตจักร แต่หมดความอดทนกับคู่สมรสหรือลูกอย่างรวดเร็ว เราอาจฟังความเจ็บปวดของคนอื่น แต่กลับมองข้ามหัวใจของคนในครอบครัว
ครอบครัวคือที่แรกที่เราฝึกใช้ความรัก เพราะที่บ้านคือที่ที่ตัวตนของเราปรากฏอย่างไม่ปิดบัง ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวจึงเป็นพื้นที่ยาก แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ข่าวประเสริฐควรปรากฏอย่างจริงที่สุดเช่นกัน
เราไม่สามารถเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ หรือเป็นสามีภรรยาที่สมบูรณ์แบบได้ แต่เราสามารถเป็นพ่อแม่และคู่สมรสที่พึ่งพาพระเจ้าได้ เราสามารถเป็นคนที่รู้จักกลับใจต่อพระเจ้า และรู้จักขอโทษต่อคนในบ้านได้
บางครั้งเราต้องกล้าพูดกับลูกว่า “พ่อผิดเอง” หรือ “แม่ขอโทษนะ แม่พูดแรงเกินไป แม่ต้องกลับใจต่อพระเจ้า และอยากขอให้ลูกยกโทษให้ด้วย” คำพูดเช่นนี้ไม่ได้ทำลายสิทธิอำนาจของพ่อแม่ แต่กลับแสดงให้เห็นความถ่อมใจที่ข่าวประเสริฐสร้างขึ้น
ต่อคู่สมรสก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อคู่สมรสยังไม่เชื่อพระเจ้า บางครั้งคำอธิบายเรื่องความเชื่ออาจยังไปไม่ถึงหัวใจ แต่ชีวิตที่ถ่อมใจ การขอโทษอย่างจริงใจ การรับใช้เงียบ ๆ และการอดทนด้วยความรัก สามารถเป็นกลิ่นหอมของข่าวประเสริฐได้
ความรักในครอบครัวไม่ได้เติบโตจากเหตุการณ์ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มักเติบโตผ่านการเชื่อฟังเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำทุกวัน การพูดให้นุ่มนวลขึ้น การฟังให้นานขึ้น การเห็นคุณค่าของงานเล็ก ๆ ของกันและกัน การเป็นฝ่ายเริ่มคืนดี สิ่งเหล่านี้คือทางเล็ก ๆ ที่พระเจ้าทรงใช้ให้บ้านของเรากลายเป็นพื้นที่แห่งพระคุณ
ครอบครัวเป็นที่ที่ความอ่อนแอของเราปรากฏมากที่สุด แต่ก็เป็นที่ที่เราต้องการพระคุณบ่อยที่สุดเช่นกัน ดังนั้น วันนี้จงเริ่มต้นใหม่ต่อหน้าคนในบ้านของคุณ ไม่ใช่ในฐานะคนสมบูรณ์แบบ แต่ในฐานะคนที่พึ่งพาพระคุณของพระเจ้า พระเจ้าทรงปรารถนาให้แสงสว่างของข่าวประเสริฐส่องเข้ามาในบ้านของเราด้วย
