พันธกิจไม่ใช่งานของคนพิเศษเพียงไม่กี่คนในประเทศไกล ๆ แต่เป็นภารกิจข่าวประเสริฐที่พระเจ้าทรงมอบไว้กับคริสตจักร และผู้เชื่อทุกคนมีส่วนได้จากที่ที่ตนอยู่ มิชชันนารีไม่ใช่วีรบุรุษที่แยกจากคริสตจักร แต่เป็นผู้เชื่อที่คริสตจักรส่งออกไปและร่วมรับผิดชอบด้วยกัน
บทความนี้ชวนให้มองพันธกิจอย่างกว้างและลึกขึ้น ทั้งความหมายของพันธกิจ ชีวิตของมิชชันนารี บทบาทของคริสตจักร การมีส่วนของผู้เชื่อ และโอกาสที่พระเจ้าทรงนำชนชาติต่าง ๆ มาใกล้เราแล้ว
พันธกิจคือการประกาศข่าวประเสริฐและตั้งคริสตจักร
พันธกิจไม่ใช่เพียงการทำกิจกรรมดีหรือช่วยเหลือสังคม แม้สิ่งเหล่านั้นมีคุณค่า แต่หัวใจของพันธกิจคือการประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ เลี้ยงดูผู้เชื่อด้วยพระวจนะ และตั้งคริสตจักรที่นมัสการพระเจ้า หากข่าวประเสริฐหายไป ศูนย์กลางของพันธกิจก็หายไปด้วย
มิชชันนารีคือผู้เชื่อที่ถูกส่งออกไป
มิชชันนารีไม่ใช่ผู้เชื่อชนิดพิเศษที่สูงกว่าคนอื่น เขายังเป็นคนอ่อนแอที่ต้องพึ่งพระคุณเหมือนเรา ความพิเศษของมิชชันนารีอยู่ที่การถูกส่งข้ามภาษาและวัฒนธรรมเพื่อประกาศพระคริสต์ ดังนั้นพันธกิจจึงไม่ใช่งานเดี่ยวของมิชชันนารี แต่เป็นงานร่วมกันของคริสตจักร
ผู้เชื่อทุกคนมีส่วนได้
บางคนถูกส่งออกไป บางคนส่ง บางคนอธิษฐาน บางคนดูแลและสนับสนุน บางคนประกาศข่าวประเสริฐแก่ครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือคนต่างชาติที่อยู่ใกล้ตัว เราไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกันทุกคน แต่ไม่มีผู้เชื่อคนใดควรอยู่นอกภารกิจข่าวประเสริฐของพระเจ้า
ชนชาติต่าง ๆ อยู่ใกล้เราแล้ว
ในโลกปัจจุบัน ผู้คนจากหลายภาษาและวัฒนธรรมอยู่ใกล้เราแล้ว ผู้ย้ายถิ่นและชาวต่างชาติไม่ใช่เพียงคนแปลกหน้า แต่เป็นเพื่อนบ้านที่พระเจ้าอาจทรงนำมาให้เราได้รักและประกาศข่าวประเสริฐ เมื่อพวกเขาเชื่อในพระคริสต์ พวกเขาอาจกลายเป็นสะพานนำข่าวประเสริฐกลับไปยังครอบครัวและชนชาติของตน
คริสตจักรคือชุมชนที่ส่งออกไป
คริสตจักรต้องเตรียม ส่ง ดูแล และร่วมรับผิดชอบกับมิชชันนารี แม้คริสตจักรเล็กก็มีส่วนในพันธกิจได้ เพราะพันธกิจไม่ได้วัดด้วยจำนวนหรือเงินเท่านั้น แต่วัดด้วยความสัตย์ซื่อต่อข่าวประเสริฐและความรักต่อชนทุกชาติ คริสตจักรที่รอคอยวันที่ทุกชนชาติจะนมัสการพระเจ้า คือคริสตจักรที่เรียนรู้จะส่งออกไป
