พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระปัญญาและพระคุณ ทรงพอพระทัยที่จะเสนอพระเยซูคริสต์ให้แก่คนบาปที่หลงหาย อ่อนแอ และสิ้นหวัง พระคริสต์ไม่ได้เพียงสิ้นพระชนม์เพื่อเปิดทางให้คนบาปกลับมาหาพระเจ้าเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงยืนเคาะประตูใจของเรา และทรงเชิญชวนให้เราคืนดีกับพระเจ้า
ดังนั้น หากท่านรักจิตวิญญาณของตนเอง หากท่านไม่ต้องการเดินไปสู่ความพินาศ จงฟังและเกรงกลัวพระเจ้าเถิด อย่าดื้อรั้นต่อไป แต่จงเปิดใจที่แข็งกระด้างของท่าน เพื่อพระมหากษัตริย์แห่งพระสิริจะเสด็จเข้ามา พระคริสต์กำลังตรัสกับท่านว่า “ถ้าท่านฟังเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาท่าน”
พระองค์ทรงรู้จักชีวิตของท่านดี พระองค์ทรงรู้ว่าท่านเคยพูดหมิ่นประมาท เคยเมาเหล้า เคยทำสิ่งไม่สะอาด เคยขโมย เคยสาบานอย่างไม่ยำเกรง เคยละเลยวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า หรือเคยเยาะเย้ยความจริง แต่ถึงอย่างนั้น พระองค์ยังทรงยืนเคาะประตูใจของท่านในวันนี้ พระองค์ตรัสว่า “เราจะรับเจ้าไว้ด้วยความเมตตา เราจะอภัยบาปของเจ้า เราจะรักษาเจ้า และเราจะช่วยจิตวิญญาณของเจ้า ถ้าเจ้าเปิดใจให้เรา”
จงพิจารณาความจำเป็นที่ท่านต้องมีพระคริสต์ ท่านจะรอดได้หรือ หากไม่มีพระองค์? หากเพียงเปิดใจรับพระองค์ ท่านก็จะได้รับพระคริสต์ จงอย่าผัดวันออกไป ขณะที่ยังเรียกว่า “วันนี้” จงฟังเสียงของพระองค์และเปิดใจ
อีกประการหนึ่ง จงคิดถึงวันที่ท่านต้องยืนต่อหน้าพระเจ้า หากท่านแข็งใจและไม่ยอมเปิดประตู ท่านจะตอบอย่างไร? ท่านจะพูดได้หรือว่าไม่เคยได้ยินข่าวประเสริฐ? วันนี้ท่านได้ยินแล้วว่า พระคริสต์ทรงเชิญให้คนที่ได้ยินเสียงของพระองค์เปิดใจ แล้วพระองค์จะเสด็จเข้ามา
อย่าแลกพระคริสต์กับความสุขชั่วคราวของโลก เงินทอง ที่ดิน ชื่อเสียง หรือมิตรสหาย ไม่อาจช่วยท่านได้ในวันพิพากษา เมื่อชีวิตนี้และความสบายทั้งสิ้นผ่านพ้นไป ท่านจะมีอะไรสำหรับโลกหน้า? ประตูใจของท่านเปิดรับพระคริสต์แล้วหรือยัง?
หากท่านยังเดินอยู่บนทางกว้างของโลก ทางนั้นจะไม่นำท่านไปสู่แผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญา กุญแจเงินทองไม่อาจเปิดประตูสวรรค์ได้ ความสำเร็จในโลกนี้ไม่อาจแก้ต่างให้ท่านต่อหน้าพระผู้พิพากษาได้ และคำชมของเพื่อนฝูงก็ไม่อาจช่วยท่านในวันนั้นได้
จงถามจิตวิญญาณของตนเองอย่างจริงจังว่า ข้าพเจ้ากำลังเดินไปทางใด? ไปสู่ความสว่างหรือความมืด? ไปสู่พระคริสต์หรือออกห่างจากพระองค์? ความสนุกของโลกและทางกว้างของชีวิตที่ไม่มีพระเจ้า ไม่ใช่ทางไปสู่ความสุขนิรันดร์
แต่จงฟังข่าวดี พระคริสต์ยังทรงรออยู่ พระองค์ยังทรงเต็มพระทัยที่จะรับท่านไว้ เหตุใดท่านจึงทำร้ายตนเองด้วยการละเลยความรอดอันยิ่งใหญ่นี้? พระองค์ไม่ได้เสด็จมาเพื่อทำลายจิตวิญญาณของท่าน แต่เสด็จมาเพื่อช่วยให้รอด
บางคนอาจพูดว่า “ข้าพเจ้าอยากมาหาพระคริสต์ แต่กลัวว่าพระองค์จะไม่รับคนบาปเลวร้ายอย่างข้าพเจ้า” หากท่านเต็มใจมาหาพระคริสต์ พระองค์จะไม่ทรงผลักไสท่านออกไปเลย จงมาหาพระองค์อย่างคนยากจน ฝ่ายวิญญาณตาบอด เปลือยเปล่า และช่วยตนเองไม่ได้ แล้วทูลว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์ ขอทรงทำให้ข้าพระองค์มั่งคั่งในความเชื่อ ขอทรงเปิดตาของข้าพระองค์ และช่วยข้าพระองค์ให้รอด”
จงมาหาพระคริสต์ด้วยความเชื่อ เมื่อท่านเห็นว่าตนเองไม่มีทางหนีจากพระพิโรธของพระเจ้า จงยึดพระคริสต์ไว้ด้วยแขนแห่งความเชื่อ และทูลว่า “ข้าพระองค์เชื่อ พระองค์เจ้าข้า ขอทรงช่วยความไม่เชื่อของข้าพระองค์ด้วย” แล้วพระคริสต์ ผู้ทรงรับของประทานเพื่อคนกบฏ จะทรงเมตตาท่านและรับท่านไว้
